ความเป็นมาของมูลนิธิฯ
จากความพยายามในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโสเภณีเด็กของ นางลดาวัลลิ์
วงศ์ศรีวงศ์ ฐานะที่เป็นคนจังหวัดพะเยา โดยกำเนิดได้พบแนวทางค้นหาเด็กผู้หญิงกลุ่มเสี่ยงที่มักถูกนำไปประกอบอาชีพเป็น
โสเภณีเด็ก นั่นก็คือเด็กนักเรียนหญิงที่เรียนจบชั้นป.6 แล้วไม่มีโอกาสเรียนต่อชั้น
ม.1 โดยการขอความร่วมมือจาก นายประสงค์ เทพศิริ ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดพะเยา
(สปจ.) ทำการสำรวจจำนวนเด็กนักเรียนหญิงที่ยากจน และไม่มีโอกาสเรียนต่อชั้นม.1
ในปีการศึกษา 2536 พบว่ามีเด็กนักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อทั้งหมดจำนวน
1,577 คน ชาย 714 คน หญิง 863 คน ได้ขอให้ทางสปจ. สอบถามอีกครั้งเพื่อให้ทราบว่ามีเด็กกี่คนอยากเรียนต่อหรืออยากฝึกวิชาชีพ
ทราบข้อมูลว่ามีนักเรียนที่แจ้งว่าอยากเรียนต่อจำนวน 116 คน ชาย
58 คน หญิง 58 คน และอยากฝึกวิชาชีพ จำนวน 40 คน ชาย 19 คน หญิง
21 คน ในส่วนที่ต้องการฝึกอาชีพได้ประสานกับกรมอาชีวศึกษา ทำการฝึกอบรมวิชาชีพที่ศูนย์ปฎิบัติการ
เกษตรกรรม แม่นาเรือ ส่วน 116 คนนั้น ได้ประสานกับ นายสัมพันธ์
ทองสมัคร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขออนุญาตให้ สปจ.รับเข้าเรียนเพิ่มพร้อมสนับสนุนตำราเรียน
และอาหารกลางวัน ส่วนเสื้อผ้ากระเป๋าและรองเท้านั้นจะหาทุนมาสนับสนุนให้
จึงก่อตั้ง "กองทุนพ่อ-แม่อุปถัมภ์" ขึ้นโดยเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาให้ความอุปถัมภ์ค่าใช้จ่ายปีละ
1,000 บาท
ต่อเนื่อง 3 ปี ในการเรียนชั้น ม.1 - ม.3 เด็กแต่ละคนจะได้รับความช่วยเหลือทุนการศึกษารวมทั้งหมด
3,000.00 บาท จากการรณรงค์ไม่นานก็สามารถระดมทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนทั้ง
116 คน โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก นายนิพนธ์ พร้อมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
และคุณชินเวช สารสาส ประธานกรรมการบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ จี.เอฟ.
โฮลดิ้งส์ จำกัด นี่คือโครงการนำร่องป้องกันปัญหาโสเภณีเด็ก
ในปีการศึกษา 2537 และ2538 ได้ประสานงาน สปจ.พะเยา และสปจ.เชียงราย
ทำการสำรวจจำนวนเด็กนักเรียนหญิงที่ยากจนและสมควรได้รับความอนุเคราะห์ทุนการศึกษาสามารถหาทุนช่วยได้ครบ
ทั้งนี้เพราะได้รับความร่วมมือจากสื่อมวลชนรณรงค์ประชาสัมพันธ์เป็นอย่างดี
เป็นต้นว่า หนังสือเดอะเนชั่น พร้อมสื่อทุกแขนงในสังกัด นอกจากนี้ยังรายการวิทยุ
โทรทัศน์ นิตยสาร และหนังสือพิมพ์อีกมากมายที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างกุศลในครั้งนี้
นอกจากนี้ คุณว.วัชญาน์ นักร้องนักแต่งเพลงชื่อดังก็ได้ทำเทปเพลงการกุศลชุด "หมู่เฮาร่วมฮิต" จำหน่ายหารายได้สมทบกองทุน ต่อมาได้พิจารณาเปลี่ยนชื่อจาก
"กองทุนพ่อ-แม่อุปถัมภ์" เป็น "กองทุนพัฒนาเยาวสตรีภาคเหนือ" ทั้งนี้เพื่อให้มีขอบข่ายการช่วยเหลือครอบคลุมหลายจังหวัดที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน
และตั้งเป้าหมายจะมีเงินทุนถาวรไว้อย่างน้อย 10,000,000.00 บาท
 |
Statistics of Children Continuing Their Students |
ต่อมาในปี 2537 คณะกรรมการบริหารกองทุนมีความซาบซึ้งใน พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
เป็นล้นพ้น ที่ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ให้กองทุนจำนวน 1,000,000.00
บาท และยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์พระบรมราชินีนาถ
ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ให้กองทุนจำนวน 200,000.00 บาท จึงได้นำพระราชทรัพย์เป็นทุนจดทะเบียนก่อตั้งเป็น "มูลนิธิพัฒนาเยาวสตรีภาคเหนือ" มีฐานะเป็นมูลนิธิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2538 โดยมีนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ เป็นประธานมูลนิธิ
ในปี 2540 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ทรงพระกรุณาประทานเงินจาก "ทุนการกุศลสมเด็จย่า" จำนวน 1,000,000.00
บาท และพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 500,000.00 บาท แด่มูลนิธิฯ
และทรงรับมูลนิธิอยู่ในพระอุปถัมภ์ด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
|